คุณเชื่อเรื่อง อาถรรพ์เบญจเพส”  หรือเปล่า

 

            ผมเป็นอีกหนึ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง  แต่มันก็ไม่ถึงกับทำให้การดำรงชีวิตของผมเปลี่ยนไปอะไรมากมายนัก สิ่งที่เกิดขึ้นแต่ละอย่างเมื่ออายุก้าวเข้าสู้วัยเบญจเพส ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เรียกว่า ซวยนั้นเอง

 

เริ่มจาก เริ่มแรกเมื่อย่างเข้าสู่ 25 ได้รู้จักกับคนคนหนึ่ง ได้คบหากันอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ก็เกิดปัญหากันขึ้นมาบางอย่างที่ไม่สามารถออกสื่อได้ จัดว่าซวย

เดือนที่แล้ว ไม่ได้เกิดกับตัวเอง แต่เกิดกับแม่ คือ แม่เกิดอุบัติเหตุ จนแขนหัก ตอนนี้เผือกยังไม่ได้เอาออกเลย อันนี้ก็ซวย

ตอนนี้ก็ออกจากงานที่ทำอยู่ปัจจุบัน ไม่เรียกว่าซวยหรอกเพราะตั้งใจออกเอง กะว่าจะไปเรียนต่อตามแผนที่กำหนดไว้ แต่เกิดมีไอ้ ไข้หวัด 2009 เข้ามา ทำให้แผนต้องระงับไปไม่มีกำหนดอีก อันนี้ก็ซวย

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็เกิดปัญหากับ SCB ที่ทำทุรกรรมผ่านตู้ ATM แล้วตังค์หายเกลี้ยงบัญชี ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ตังค์มาใช้เลย อันนี้ซวยโคตรซวย กว่าจะเคลียร์ได้ พอเคลียร์เสร็จก็มีอีกความซวยตามมา

 

เมื่อคืน หลังจากที่ขับรถออกจาก มธ.ตอนสามทุ่มกว่า ๆ กำลังจะกลับบ้านหลังฝนตก มาถึงตรงศูนย์อะไหล่รถเซียงกง รังสิตก่อน รพ.ภัทร (ก่อน ม.กรุงเทพฯ นั้นแหล่ะ) ผมบขับรถมาด้วยความเร็วประมาณ 75 ก็ขับมาเรื่อย ๆ ในเลนกลาง รถข้างหน้าก็มีน่ะผมจึงเว้นระยะห่างพอสมควรตามนิสัย แต่ตาก็เหลือบดูกระจกหลังเรื่อย ๆ มีรถ CR-V วิ่งตามหลังมาอย่างเร็ว คาดว่าไม่น่าจะต่ำหว่า 120 แน่นอน ดีไม่ดีมากว่าด้วยซ้ำ

ตามที่เห็นคือ เค้ากะจะประชิดผมแล้วรีบตีออกขวาเพื่อแซง แต่ไฟเลี้ยวก็ไม่เปิดเพื่อขอทางน่ะ (ไม่เข้าใจ รถก็ซื้อมาแพง แต่ไม่มีไฟขอทาง จะซื้อมาทำไม รถไม่สมประกอบ)  เหลือบตามามองถนนได้ไม่นาน รถผมถึงกับกระเด็นไปข้างหน้าด้วยแรงที่เข้าปะทะจากด้านหลังอย่างแรง

แมร่งชนกรุนี่หว่า

สภาพที่เห็นเมื่อเอารถหลบข้างทาง คือ กระโปรงหลังผมบุบนิดหน่อย ไปท้ายขวาร้าว แต่ไม่แตก กันชนหลังบุบ และกะบะท้ายบุนจึ๊งนึง

แต่...........

 

CR-V คู่กรณี หน้ายุบทั่งคัน ยิ่งแถบหน้าด้านซ้ายไม่เหลือความเป็นรถ น้ำไหลจากหม้อน้ำจนถนนเจิ่งนอง

จากสภาพรถใครมาเห็นก็รู้ได้เลยว่าใครผิดใครถูก แต่ที่ผมจะไม่อะไรให้เรื่องมาเลยถ้าเจ้าคู่กรณีไม่ทำคอตั้งใส่

ผมถามคู่กรณีว่า เกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมขับรถมาเร็วจัง

เค้าตอบว่าไงรู้ป่ะ คุณเบรครถด้วยหรือเปล่าสาดดดดดดดดดดดดดด นี่เมิงยังไม่สำนึกใช่ไหม?? ว่าเมิงขับรถด้วยความประมาท โหยยปรี๊ดเลยครับ ผมเลยไม่คุยต่อ เดินหนีออกมาเพราะรู้สึกโมโหมาก แต่ไม่อยากใช้อารมณ์ คู่กรณี ก็โทรหาประกัน ผมเองก็โทรหาประกันผมคิดว่าคงให้ประกันเคลียร์กันเองไป สักพักตำรวจก็มา เค้าก็ทำเอกสารต่าง ๆ นานา ๆ ของเค้าไป ตำรวจก็ดีจังแอ่ะ ดุปุ๊บก็รู้ปั๊บ เออ ท่าทางประสบการณ์สูง เค้าก็พูดจาปลอบผมให้ใจเย็น เมื่อทำเอกสารต่าง ๆ เสร็จเค้าก็เอาใบขับขี่ของคู่กรณีมาให้ผมเพื่อเก็บไว้ กรณีที่ตกลงกันไม่ได้ก็อย่าได้คืนเค้าไปและโทรหาตำรวจอีกครั้ง ก่อนที่ตำรวจจะขับรถออกไป

ประกันเคลียร์เอกสารเสร็จทุกอย่าง จนเอารถมาลากคู่กรณีผมไป แต่สิ่งที่ค้างคาใจกับผมอยู่คือ มันไม่คิดจะขอโทษกรุเลยเหรอว่ะ

 

ในใจก็คิดจะเรียกร้องค่าเสียหายน่ะ แต่อีกใจคือ สงสารมากกว่าเพราะเห็นสภาพรถแล้วประมาณว่า ถ้าซ่อมก็ยาว

 

แต่ผมนี่ซิ อยู่ดี ๆ ต้องเอารถเข้าอู่เสียเวลาซ่อมอีกทัง ๆ ที่ไม่ได้มีความผิดอะไรเลย

 

ความซวยที่กล่าวมา ยังหาสาเหตุไม่ได้ว่าผมทำอะไรผิดว่ะ???? เรื่องแต่ละอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเองถึงได้สร้างความเดือดร้อนนัก